ดวงชะตาชาวราศีพฤษภ ในปี ๒๕๕๖ โดย อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ – โหราศาสตร์ไทย

ดวงชะตาชาวราศีพฤษภ ในปี ๒๕๕๖ โดย อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ – โหราศาสตร์ไทย

    ชาวราศีพฤษภ

ท่านที่เกิดระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม-14 มิถุนายน

ราศีพฤษภ (TAURUS) เป็นราศีที่ 2 แห่งจักรราศี เป็นราศีคงที่ ทำให้มีความเด็ดเดี่ยวมั่นคง ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง เป็นคนเจ้าระเบียบ สุขุมรอบคอบ นุ่มนวลแต่หนักแน่น อ่อนโยนในความรัก มีความซื่อสัตย์สุจริตสูง สันโดษ และหยิ่งทระนง

ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2556 เวลา 23.15 น. ดาวพฤหัสบดี (5) โคจรอยู่ในราศีพฤษภ ทับอาทิตย์ (1) เจ้าเรือนพันธุ ในราศีเกิดของชาวราศีพฤษภ ทำให้มีสติสัมปชัญญะ มีจิตใจดีขึ้น จึงทำให้ประสบความสำเร็จ มีความสุขความเจริญ ดาวพฤหัสบดี (5) โคจรทับดาวอาทิตย์ (1) คู่มหามิตร ในคัมภีร์จักรทีปนีกล่าวว่า “พฤหัสบดี ผิวทับระวิวัน สิทธิโชคมหัน ตมหิทธิปุชา” พฤหัสบดี (5) กับอาทิตย์ (1) เป็นดาวคู่มิตร เมื่อโคจรมาทับกันย่อมให้คุณ เปรียบเสมือนอาจารย์ให้คุณประโยชน์แก่ศิษย์ จึงให้ความอุปถัมภ์ค้ำชูกันเป็นอย่างดี ปีนี้จึงนับว่าเป็นปีที่โชคดีสำหรับชาราศีพฤษภ เพราะดาวพฤหัสบดี (5) เป็นเจ้าเรือนลาภะ มาทับดาวเจ้าเรือนพันธุ ส่งผลให้ได้หลักทรัพย์เป็นบ้าน ที่ดิน ยวดยานพาหนะ ประสบความสำเร็จทั้งทางด้านการงาน การเงิน รายได้ และชื่อเสียงเกียรติยศ ได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดีขึ้น การเรียนการศึกษาก็จบลงด้วยคะแนนเกรดที่ดี ประสบความสำเร็จในการแสวงหาลาภผล ได้ขึ้นเงินเดือน ทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนเพิ่มมากขึ้น มีรายได้พิเศษเข้ามาหลายทาง ทำให้มีกำลังทางการเงิน สามารถจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ได้หลักทรัพย์ มีบ้าน ที่ดิน และยวดยานพาหนะ

29 พฤษภาคม 2556 เวลา 23.15 น. ถึงวันสิ้นปี ดาวพฤหัสบดี (5) โคจรอยู่ในราศีมิถุนภพที่ 2 ให้คุณทางด้านการเงิน ทำให้มีรายได้ดี มีโชคลาภ มีทรัพย์สิน มีโอกาสอันงามที่จะประสบความสำเร็จ มีความก้าวหน้าในฐานะ ตำแหน่งหน้าที่การงาน จะสมบูรณ์ด้วยทรัพย์สินเงินทอง มีโชคทางด้านการเงินเสมอ มีเงินใช้ไม่ขาดมือ ประกอบกิจการใดมักได้ผลตามความประสงค์ ส่งเสริมให้สูงขึ้นในทางสังคม เพิ่มพูนสติปัญญา

ตลอดปี ดาวเสาร์ (7) เจ้าเรือนศุภะ กำลังโคจรอยู่ในราศีตุลภพอริของชาวราศีพฤษภ เหตุการณ์ก็จะเกิดซ้ำรอยเดิม มีเรื่องเก่าๆ เข้ามา สุขภาพอนามัยจะไม่สมบูรณ์นัก การริเริ่มโครงการใหม่ๆ ควรระมัดระวัง เพราะจะสร้างความหนักอกหนักใจในภายหลัง ต้องเข้มแข็งอดทนและมีความเพียรพยายามอย่างมากจึงจะฝ่าฟันอุปสรรคไปได้ มีเรื่องหนักอกหนักใจเกิดขึ้นภายในบ้านชนิดกลืนไม่เข้าคายไม่ออก การงานมีปัญหา มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก มีศัตรูคู่แข่ง มีคนคอยกลั่นแกล้งขัดขวาง ทำให้มีปัญหาและอุปสรรคเรื่องตำแหน่งหน้าที่การงาน จนมีความวิตกกังวล มีศัตรูคู่แข่งโรคภัยไข้เจ็บและหนี้สิน จะกลุ้มใจเรื่องการงาน ผู้ใหญ่ผู้บังคับบัญชาจะเพ่งเล็ง การงานเกิดความยุ่งยาก มีความสับสนวุ่นวาย ญาติและบริวารมักจะนำความเดือดร้อนมาให้ มีความรับผิดชอบเรื่องการงานมากขึ้น

ราหู (8) เจ้าเรือนกัมมะกำลังโคจรในราศีตุลในภพอริ ตลอดปีจะมีศัตรูคู่แข่งขัน แข่งขันหรือต่อสู้แล้วจะประสบชัยชนะ มีศัตรูลับๆ จะถูกใส่ร้ายป้ายสี ระวังจะมีหนี้สิน ควรรักษาสุขภาพอนามัยให้ดีอยู่เสมอ สุขภาพจะทรุดโทรม จะมีรายได้เพิ่มมากขึ้น แต่ควรระวังความเสียหายทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นได้ ระวังจะถูกหลอกลวงและเสียรู้เรื่องการเงิน ไม่ควรใช้จ่ายฟุ่มเฟือย รายจ่ายส่วนมากจะเป็นค่าภาษีสังคม และกิจกรรมสาธารณประโยชน์ การบริหารเงินทองที่ถูกที่ถูกทางทำให้ท่านประสบความสำเร็จในชีวิตได้ การลงทุนและการสำรองจ่ายควรจะพิจารณาให้รอบคอบ ท่านมีรายได้พิเศษหรือได้เงินคืน

ดวงชะตาชาวราศีเมษ ในปี ๒๕๕๖ โดย อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ – โหราศาสตร์

ชาวราศีเมษ

ท่านที่เกิดระหว่างวันที่ 13 เมษายน-14 พฤษภาคม

ราศีเมษ (ARIES) เป็นราศีเริ่มต้น ชอบเป็นผู้นำ เป็นหัวหน้าคน มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เร่าร้อน ตื่นตัวอยู่เสมอ ชอบเอาชนะ มีพลังทางเพศสูง เป็นคนเชื่อมั่นและหลงตัวเอง

ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2556 เวลา 23.15 น. ดาวพฤหัสบดี (5) ยังโคจรอยู่ในราศีพฤษภ เรือนกดุมภะของชาวราศีเมษ ดาวครู (5) อยู่ในเรือนทรัพย์ เป็นโอกาสที่จะได้ใช้ความรู้ ใช้วิชาการในการแสวงหาทรัพย์สินเงินทอง ทำให้สนใจเรื่องการแสวงหาทรัพย์สินเงินทอง การสร้างเนื้อสร้างตัว การงานจะประสบความสำเร็จ ท่านจะโชคดีทางการเงินโดยไม่ต้องออกแรงมาก มีโชคลาภเป็นทรัพย์สินเงินทอง ได้ผลประโยชน์ตอบแทนจำนวนมาก ได้ลาภเป็นทรัพย์สินเงินทอง ได้หลักทรัพย์ ได้ผู้ใหญ่ครูอาจารย์มิตรสหายช่วยเหลือเรื่องการเงิน มีรายได้เข้ามาหลายทาง ได้รับเงินจากผลงานที่ทำไว้ทำให้มีเงินทองมากขึ้น บัญชีการเงินเดินสะพัดดี ทำให้ฐานะการเงินคล่องตัวดีขึ้น แต่ต้องรอบคอบ ควรระมัดระวังเรื่องการเงิน การลงทุน และการใช้จ่ายเงินให้ดี อาจถูกหลอกลวงให้เสียเงินโดยไม่จำเป็น เงินทองที่มีอยู่มีความจำเป็นต้องใช้จ่าย การใจอ่อนและไม่รอบคอบจะเป็นเหตุทำให้ต้องเสียเงินโดยไม่เกิดประโยชน์

29 พฤษภาคม 2556 เวลา 23.15 น. ถึงวันสิ้นปี ดาวพฤหัสบดี (5) โคจรอยู่ในภพที่ 3 ส่งเสริมเรื่องการสมาคม การติดต่อสื่อสารคึกคัก ได้คบหาสมาคมกับผู้คนมากมาย มีความเข้าใจอันดีกับพี่น้องเพื่อนฝูงคนใกล้ชิด ส่งเสริมให้จิตใจปลอดโปร่งเฉลียวฉลาด ทำให้มีโชคลาภ มีการเดินทาง ทำให้เกิดความสะดวกสบายราบรื่นในการเดินทาง การเจรจาโต้ตอบทางคำพูดและเอกสารให้ผลดี งานทุกอย่างที่ใช้สมองและสติปัญญา รวมทั้งการสอบจะให้ผลดี

ตลอดปี ดาวเสาร์ (7) เจ้าเรือนกัมมะโคจรในราศีตุลภพปัตนิ ได้มาตรฐานเป็นมหาอุจ การงานก็จะมีการปรับปรุงพัฒนาดีขึ้น การงานมีการขยายตัว จะได้เลื่อนยศเลื่อนตำแหน่ง มีตำแหน่งหน้าที่การงานที่สูงขึ้น แต่เป็นพินทุบาทว์จรจึงทำให้มีศัตรูคู่แข่ง เกิดความแตกแยก มีศัตรูที่เปิดเผย มีปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้นมากมาย นอกจากนี้แล้วยังทำให้มีปัญหาเรื่องคู่ครอง หุ้นส่วน พรรคพวก และเพศตรงข้ามด้วย จะส่งผลดีอยู่บ้างก็เรื่องเก่าๆ คนแก่ๆ

ดาวเสาร์ (7) ในภพที่ 7 ทำให้เกิดความยุ่งยากหรือเสียใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ในครอบครัวและผู้อื่น พึงระวังความเข้าใจผิดซึ่งกันและกันอย่างร้ายแรง การแยกทาง การหย่าร้าง การแยกออกไปอยู่ต่างหากจากกัน ความโศกเศร้าโทมนัส ต้องใช้สติสัมปชัญญะและความอดทนอย่างมากจึงจะผ่านพ้นอุปสรรค บางรายอาจมีความรุนแรงถึงต้องมีคดีความ ศัตรูฝ่ายตรงข้ามก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหาย ควรหลีกเลี่ยงการเสี่ยงทุกประเภท ระวังเรื่องตำแหน่งหน้าที่การงาน การเปลี่ยนแปลง อุบัติเหตุ ไม่ควรประมาทกับเหตุการณ์ในช่วงนี้

ราหู (8) เจ้าเรือนลาภะโคจรในราศีตุลเรือนปัตนิตลอดปีได้มาตรฐานเป็นราชาโชค ราหู (8) เป็นเจ้าแห่งการเปลี่ยนแปลง ไปอยู่ที่ไหนทำให้ตรงนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลง เมื่อเป็นเจ้าเรือนลาภะก็ย่อมนำโชคลาภมาให้ด้วย จะมีคนมาแอบชอบพอ มีคนมาติดพัน จะได้หุ้นส่วน มีการร่วมลงทุน ได้ร่วมงานกับคนต่างถิ่นต่างแดน แต่ให้ระวังปัญหาสุขภาพของตนเองและคู่ครอง จะมีการเดินทางไกลไปกับคู่ครอง หุ้นส่วนเพศตรงข้าม เป็นการเดินทางโดยกะทันหัน ได้พบคู่ครองเพราะเหตุบังเอิญ กำลังเนื้อหอมเป็นที่สนใจของเพศตรงข้าม ได้พบรักจากการเดินทาง เป็นคนแปลกๆ คนต่างถิ่นต่างแดน

การติดตั้งโปรแกรม และใช้งานโปรแกรม PaRAst สำหรับ Window 8

ทดสอบการติดตั้งโปรแกรม และใช้งานโปรแกรม PaRAst สำหรับ Window 8

ผลการทดสอบเป็นที่น่าพอใจ พบว่าใช้งานได้อย่างลื่นไหล แต่คงต้องทำความเคยชินสักนิด ต้องเปลี่ยนวิธีคิดกันเล็กน้อยสำหรับคนที่เคยชินกับวินโดว์แบบเก่า ก็ต้องยอมรับว่า วินโดว์ 8 ทำงานได้เร็วกว่า ตอนนี้ออกตัวเดโมให้ทดลองใช้จนถึงปีใหม่ครับ ท่านที่ต้องการใช้แทบเลทวินโดว์น่าจะสบายใจได้นะครับ

http://doo-duang.com/?p=136

http://horaparata.com

http://parastro.com

โหรดังทักดวงเมืองมรณะอาเพศตลอดปี โหราศาสตร์ภารตะ-ไทย

โหรดังทักดวงเมืองมรณะอาเพศตลอดปี
วันพฤหัสบดีที่ 12 เมษายน 2555 เวลา 12:50 น.

“โหรดัง ชี้แผ่นดินไหวใหญ่รุนแรงเกิดภาคใต้อีก ระบุชัดให้ระวังโดยเฉพาะ 25-26 พ.ค. กับ 4-5-6 มิ.ย.แจงอธิพลจากดาวบาปพระเคราห์ ดาวเสาร์ ดาวอังคาร ดาวราหู ดาวมฤตยู โคจรทับในภพมรณะดวงเมืองเกิดอาเพศตลอดปีทั้งภัยธรรมชาติ การเมือง การเงินการคลังของประเทศ คล้ายกับช่วงปลายกรุงศีอยุธยาก่อนเสียกรุง ด้านโสรัจจะ บอกไม่ขอขยายความคำพยากรณ์อีกแล้ว แจงคนหวาดกลัวกันมากพอแล้ว
วันนี้ (12 เม.ย.) นายภิญโญ พงษ์เจริญนายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ ทำนายดวงเมือง ว่า ขณะนี้ดาวใหญ่โครจรวิปริตโดยเฉพาะดาวเสาร์เป็นประธานดาวบาปพระเคราะห์กำลังถอยหลังอยู่ในอาณาเขตของเทษาตรีฤกษ์ และราคีกันย์ ซึ่งเป็นราศีธาตุดิน และอยูในภพอริของดวงเมือง และดวงโลก เล็งกับดาวมฤตยูอยู่ตรงราศีมีน ทำมุมสัมพันธ์กับดาวบาปพระเคราะห์ คือพระราหูกับพระอังคาร ซึ่งกำลังโคจรถอยหลังอยู่ตรงราศีสิงห์

นายภิญโญ เผยต่อว่า ปรากฏการณ์เช่นนี้จะนำมาซึ่งเรื่องของแผ่นดินไหว อุบัติภัย ภัยธรรมชาติค่อนข้างรุนแรงมาก ตามลักษณะของดวงดาว เพราะดาวพระเสาร์อยู่ราศีธาตุดิน ทั้งปีนี้เกิดเรื่องแผ่นดินไหว แผ่นดินทรุด ตึกถล่ม ทั้งนี้ดาวพระอังคารอยู่ในราศีธาตุไฟ ทำให้เกิดอัคคีไฟ แก๊สระเบิด รวมทั้งภัยธรรมชาติลักษณะรุนแรงขั้นทำลายล้างต่าง ๆ จากอธิพลของพระราหู ทำมุมสัมพันธ์ ดาวมฤตยู ภัยอาเพศ เกิดในลีลาอาเพศต่อบ้านเมือง

“ในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงเดือน มิถุนายน น่าจับตามองมาก เกิดสุริยุปราคาร รูปวงแหวนตรงราศีพฤกษตรงกับวันที่ 21 พ.ค.55 เกิด ตรง 6 องศา 19 ลิปดา ราศีพฤกษเป็นราศีธาตุดินเป็นราชาแห่งแผ่นดินไหว เกิดในอาณาเขตโจราฤกษ์ เพราะฉะนั้นคำพยากรณ์ ระบุถึงอุบัติภัย แผ่นดินไหว แผ่นดินถล่ม แผ่นดินทรุด พระธรณีแยกเป็นสอง รวมทั้งเกิดในเรื่องการเงิน การคลังของประเทศ ต้องระวังเรื่องการเงินการคลังนำมาวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศอีกครั้ง น่าห่วงอีกช่วงมิถุนายน เกิดปรากฏการณ์บนท้องฟ้าวันที่ 4 มิถุนายน เกิดจันทรุปราครา ตรงราศีพิจิก ระยะ 20 องศา กับ 12 ลิปดา ซึ่งก็จะเห็นได้ในเมืองไทย ปรากฏการณ์ธรรมชาติครั้งที่สอง เล็งมาถึงภพมรณะของดวงเมือง

เพราะฉะนั้นเกิดในแนวราศีแห่งแผ่นดินไหว ประการสำคัญน่าศึกษามากตอนนี้ดาวะพระศุกร์ โคจรมาดักผ่านหน้าดวงอาทิตย์ ดาวพระศุกร์ เป็นดาวเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ดาวพระศุกร์เกิดคราสดับต่อหน้าดวงอาทิตย์ ในวันที่ 6 มิถุนายน เกิดในเรือนการเงินการคลังเจอเรื่องอุบัติภัย เรื่องดินและ เตือนเรื่องความเป็นอยู่ของคน การเงินการคลังของรัฐ เกิดความเสียหายเหมือนครั้งที่แล้วเกิดสมัยปลายกรุงศรีอยุธยา ช่วงที่ก่อนเสียกรุง เจ้ากรุงธนบุรีมากอบกู้เอกราช เกิดในวงรอบ200 ปี เกิดในเรื่อนการเงินการคลังของประเทศอยู่ใน ภพมรณะดวงเมือง น่าห่วงระบบเศรษฐกิจการเงิน จะเกิดเหมือนปี 2540-41 ปีในขณะนั้นดาวเสาร์ทับดาวศุกร์ ปีนี้ดาวเสาร์เล็งดาวศุกร์ และดาวศุกร์ เกิดคราสด้วย” นายภิญโญ กล่าว

นายกสมาคมโหราศาสตร์ กล่าวเตือนปีนี้ว่าต้องจับตามองเรื่องแผ่นดินไหว ในช่วงเวลาระบุได้ว่าจะเกิดเดือนพฤษภาคม มิถุนายน กับ พฤศจิกายนกับธันวาคม ระวังเกิดทางใต้ ฝั่งอันดามัน ฝั่งอ่าวไทย โดยเฉพาะ 25-26 พฤษภาคมกับ 4-5-6 มิถุนายนนี้ ระวังจะเกิดแผ่นดินไหวความรุนแรงมาก ส่วนเรื่องน้ำท่วมปลายปียังมีอยู่น้อง ๆ ปี 2554 สำหรับสถานการณ์การเมืองจะเกิดพลิกผันดาวเสาร์ ย้ายราศีในเดือนกันยายนราหูย้าย ธันวาคมการเมืองน่าจับตามองปลายปี ต้องระวังเรื่องการแตกแยกการขัดแย้ง ใกล้เคียงปี 2548 จนระเบิดสุด ๆ ปลายปีนี้จนถึงปี 2556-2557

ด้านนายโสรัจจะ นวลอยู่ นักพยากรณ์ชื่อดังซึ่งเคยทำนายดวงเมืองปี 2555 ไว้ว่าจะเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ รวมถึงเกิดคลื่นยักษ์สึนามิพุ่งเข้าถล่มครั้งใหญ่กว่าปี 2547 กล่าวว่า ไม่ขอขยายความคำพยากรณ์อีกแล้ว เพราะรู้สึกว่าผู้คนหวาดกลัวกันมากแล้ว

สำหรับคำพยากรณ์ปี 2555 ของนายโสรัจจะ ระบุไว้ว่า โลกจะสิ้นสุดก็เพราะไฟ ไฟจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างให้พินาศสูญไป แต่ที่เราเห็นอยู่ในขณะนี้ก็คือไฟจากกิเลสตัณหาของมนุษย์ที่กำลังแผดเผาผู้คนให้ย่อยยับไปทุก ๆ ขณะอยู่แล้ว และจะเกิดภัยพิบัติจากธรรมชาติครั้งใหญ่ที่สุดที่มนุษย์ไม่สามารถจะดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไปได้ ซึ่งดวงดาวของโลกในปีมะโรง 2555 ที่น่าเอาใจใส่และเป็นห่วงที่สุดก็คือ ประเทศไทยเรานี่แหละ ไม่ต้องไปดูอะไรให้ไกลตัว

ประเทศไทยในปี 2555 นี้ มีสิ่งที่น่าจะเพ่งเล็งคือ ประเทศไทยเดือน ม.ค.-ก.พ.-มี.ค. เริ่มเกิดความวิบัติทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยพายุโซนร้อนหลายระลอก เป็นสิ่งวิปริตอาเพศเพราะช่วงเวลาดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นเลย กรณีน้ำเคยท่วมจังหวัดในภาคเหนืออย่างรุนแรงเป็นแรมเดือน แล้วก็ลามลงมาภาคกลางไปจนทั่วประเทศ และรวมทั้งภาคใต้ด้วย สูญเสียผู้คนจำนวนมากและเสียหายเงินเหลือคณานับ ไร่นา ปศุสัตว์ล่ม กรุงเทพฯก็จมอยู่ในน้ำโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวฝั่งธนบุรี เหตุการณ์เช่นเดิมนี้ก็จะเกิดขึ้นอีกครั้งในเดือน มิ.ย.-ก.ค.-ส.ค.-ก.ย.-ต.ค.-พ.ย- ธ.ค. ประชาชนชาวไทยที่ยากจนจำต้องเผชิญกับความทุกข์ยากที่หนักและรุนแรงกว่าปีก่อน ๆ เสียหายยับเยินไปทั่วทุกจังหวัด

“เกิดเขื่อนยักษ์ใหญ่แตกทั้งหมด 2 เขื่อนใหญ่ เป็นคลื่นยักษ์เข้าถล่มสู่เบื้องล่าง ท่วมไร่นา ที่อยู่อาศัย สิ่งก่อสร้างทั้งเล็กและใหญ่ และประชาชนที่อยู่ใต้เขื่อนแบบไม่รู้ตัว จมน้ำหายไปหลายหมู่บ้าน ตำบล และหลายจังหวัด เสียหายต่อเนื่องมาถึงกรุงเทพมหานคร มีผู้คนล้มตายหลายหมื่นคน พื้นดินถล่มและทรุดตัวไปทั่วประเทศ รวมทั้งกรุงเทพมหานคร เราอาจจะต้องสูญเสียแผ่นดินแถบชายฝั่งทะเลอันดามัน ตั้งแต่จังหวัดระนองลงมาและจมลงสู่ใต้ทะเล แถบชายฝั่งทะเลอันดามันตั้งแต่เกาะภูเก็ต กระบี่ พังงา ถูกคลื่นยักษ์สึนามิพุ่งเข้าถล่มครั้งใหญ่กว่าปี 2547 กวาดผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมทั้งบ้านเรือน ยานพาหนะ ลงทะเลเกือบหมดสิ้น” นายโสรัจจะพยากรณ์ภัยธรรมชาติปี 2555 ไว้

นอกจากนี้นายโสรัจจะ ยังได้พยากรณ์ประเทศไทยปี 2555 ไว้ด้วยว่า ที่หวังกันว่าจะเริ่มสันติสุขปรองดองกันเสียที ก็ดูจะเลวร้ายยิ่งไปกว่าเดิม ดาวพฤหัสบดีอยู่ในมุมบังคับเป็นกากบาท ซึ่งอังคารทับเสาร์ เป็นเรื่องที่มิอาจมีการออมชอมกันได้ง่าย ๆ ฝ่ายรัฐบาลก็มีแต่การทะเลาะเบาะแว้งกันภายใน และรวมทั้งกับพรรคที่มาร่วมรัฐบาลด้วย ปี 2555 นี้ประเทศไทยระวังสุขภาพของบุคคลสำคัญต่าง ๆ เกิดการเจ็บไข้อย่างรุนแรงเกิดขึ้นแก่ผู้เป็นใหญ่ในประเทศและเกิดการสูญเสียด้วย.

จาก http://www.dailynews.co.th/thailand/22023

ตรุวังกะคืออะไร? – โหราศาสตร์ภารตะ

คำถาม

อาจารย์ครับผมได้อ่านเจอบทความโหราศาสตร์ต่างประเทศ พบคำว่า ตรุวังกะ ไม่ทราบว่าหมายถึงอะไร อยากให้ช่วยอธิบายให้ทราบได้ไหมครับ

มีสมาชิกท่านหนึ่งได้มีเมล์มาถามเป็นการส่วนตัว แต่ผมขอตอบและอธิบาย ในหน้าเวบแทนก็แล้วกัน เผื่อคนอื่นจะได้อ่านด้วยเป็นการเข้าใจไปพร้อมๆกัน ขี้เกียจตอบหลายรอบเผื่อจะมีผู้ถามเรื่องนี้ซ้ำอีก

ตรุวังกะคือตัวเลขสำเร็จของค่าค่าคงตัวเวลาของความแตกต่างระหว่างปีสุริยคติ กับปีดาราศาสตร์ นับเป็น วัน ชั่วโมง นาที และวินาที

อ่านแล้วอาจงงนะครับ ก็จะขออธิบายอย่างนี้ ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจในเรื่องของเวลาก่อน ซึ่งในกรณีนี้ก็คือ ปี นั่นเอง ด้งที่เราทราบกันดีอยู่ว่า เรากำหนดมาตราฐานเวลาให้ระยะเวลา ๑ ปี นั้นมี ๓๖๕ วัน ในปีปรกติ และมี ๓๖๕ วันในปีอธิกสุรทิน อันเป็นที่เข้าใจกันอยู่ นี่คือปีสุริยคติที่เรากล่าวถึงและใช้กันอยู่เป็นมาตราในการนับวันเดือนปี ทีนี้เนื่องจากการกำหนดปีนั้นเรากำหนดหมายจากการที่โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์ครบ ๑ รอบ เรียกว่า ๑รอบปี หมายถึงกลับมาอยู่ที่เดิมนั่นเอง สมัยโบราณนั้นใช้วิธีการนับวันโดยใช้จุดสังเกตุจากดวงอาทิตย์ว่าอยู่ตำแหน่งใดแล้วนับจำนวนวันจนกระทั่งดวงอาทิตย์กลับมาอยู่ที่จุดสังเกตุเดิม ซึ่งก็นับได้ ๓๖๕ วัน โดยใช้จุดเริ่มต้นราศีเมษเป็นจุดเริ่มต้น นี่คือจำนวนวันเต็มคือตัวเลขกลมๆ ในความเป็นจริงนั้นการที่จุดสังเกตุหรือในกรณีนี้คือดวงอาทิตย์กลับมาอยู่ที่เดิมนั้นมิได้เป็นเวลา๓๖๕วันชนิดที่เป็นตัวเลขกลมๆตามมาตราเวลาที่เรากำหนดไว้และนับได้ หากแต่ยังมี เศษชั่วโมง นาที และวินาที รวมถึงเศษทศนียมอีกหลายหลัก เช่นปีนี้กลับมาครบรอบจริงแบบสมบูรณ์เมื่อเวลา ๑๐ โมงเช้า ครั้นปีต่อไปกลับมาครบรอบเมื่อเวลาบ่าย ๒ โมงเศษ และก็จะเหลื่อมกันมากขึ้นเรื่อยๆ แต่โบราณนับเป็นตัวเลขกลมๆครับ คือนับจำนวนวันเท่านั้น หมายถึงนับแต่จำนวนวัน ทีนี้ไอ้เจ้าเศษของวันนี่แหละมันจะทบกันไปเรื่อยๆ ครั้นพอครบ ๔ปีมันก็จะทบกันเป็นหนึ่งวัน ทำให้การนับจำนวนวันเหลื่อมกันไปหนึ่งวัน หมายความว่าการนับจำนวนวันในป๊นั้นจะกลายเป็น ๓๖๖ รอบ ซึ่งก็คือปีอธิกสุรทินนั่นเอง ดังนั้นโบราณจึงได้กำหนดให้ทุก ๔ ปี ให้มีการเพิ่มจำนวนวันในปีเข้าไปอีก ๑ วัน เพื่อชดเชยมิให้การนับปี ผิดไปจากความเป็นจริงมากนัก โดยกำหนดให้เพิ่มวันในเดือนกุมภาพันธ์ และเรียกปีในลักษณะนี้ว่า ปีอธิกสุรทิน และเรียกปีที่ไม่ได้เพิ่มวันว่า ปีปรกติสุรทิน

ทีนี้ไอ้เจ้าค่าแตกต่างของเวลาในแต่ละปีนี่แหละมันมีค่าค่อนข้างคงที่ เราจึงนำมาใช้ประโยชน์ในการหาว่าเวลาใดที่จุดสังเกตุนั้นกลับมาอยู่ที่เดิมนั่นเอง ซึ่งค่าคงที่ที่เราทราบอย่างละเอียดที่สุดในปัจจุบันนี้คือ ระยะเวลา ๑ ปีที่แท้จริง ( ๓๖๕.๒๕๖๔ วัน) -เวลา ๑ ปีมาตราฐาน (๓๖๕ วัน ) = ๐ . ๒๕๖๔ วันนั่นเอง

ดังนั้นหลังจากที่เราทราบค่าเวลาคงตัวแล้วเรา จึงสามารถหาเวลาที่จุดสังเกตุกลับมาอยู่ที่เดิมได้โดยการนำค่าคงตัวที่แตกต่างกันนี้ไปบวกกับจำนวนวันของปีก็จะเป็นวันเวลาที่จุดสังเกตุกลับมาที่เดิม ในทางทฤษฎีแล้วจะเห็นว่าไม่มีอะไรยุ่งยากในการหาเวลาที่จุดสังเกตุกลับมาที่เดิม

แต่ในโลกแห่งความจริงมันไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะหากเวลาผ่านไปมากๆเช่น ๒๐ ปี การที่จะหาว่าจุดสังเกตุจะมาตรงกับจุดเดิมใน ๒๐ ปีข้างหน้านั้นตรงกับเวลาใด วันที่ เท่าไร เดือนไหน ท่านต้องคำณวนว่าจำนวนวันที่มันเหลื่อมลักันอยู่นั้นเป็นเวลากี่วันกี่ชั่วโมง แล้วจึงนำไปบวกกับวันที่เดิม ฟังดูไม่ยาก

ครับ หากท่านนำจำนวนวันไปบวกกับวันที่แล้วทอนผลลัพท์ให้เป็นวันที่ถูกต้อง บอกได้เลยว่าผิดครับ

เหตุผลคือ ไอ้เจ้าวันที่ที่เราใช้กันอยู่นั้นมันมีบางปีที่เป็นอธิกสุรทินรวมอยู่ด้วยดังที่กล่าวมาข้างต้น หากท่านไม่ได้ทดหรือคำนึงถึงวันที่เหล่านี้ก็จะไม่ตรงวันเวลาปฏิทินที่ตรงกับความเป็นจริง หมายความว่าจำนวนวันนั้นที่เราเพิ่มเข้าไปนั้นถูกต้อง แต่วันที่ เดือนปี นั้นผิดครับ

ดังนั้นจึงมีการเปลี่ยนแปลงค่าเหล่านี้โดยการเทียบกับวันในสัปดาห์แทนเนื่องจากวันในสัปดาห์นั้นเป็นเรี่องตายตัว หรือว่าใครจะเถียง วันในสัปดาห์นั้นไม่มีการลด หรือเพิ่มใดๆ (หรือใครเคยเห็นวันอาทิตย์สองหนบ้างละ อิ ..อิ..) แล้วบวกวันไปตามจำนวนล้วคำตอบก็คือวันที่ถูกต้องครับ คราวหน้าจะมีตัวอย่างให้เห็นชัดๆทั้งสองกรณีครับ เพื่อให้มีความสะดวกในการใช้งาน จึงมีการปรับเปลี่ยนตัวเลขและวิธีคิด เขาทำหันแบบนี้ครับ เปลี่ยนจากตัวเลข ๓๖๕ วันมาเป็นสัปดาห์และวันในรอบสัปดาห์แทนคือ ๓๖๕.๒๕๖๔/๗ = ๕๒ สัปดาห์ กับ ๑.๒๕๖๔ วัน ไอ้เจ้าเศษนี่แหละคือค่าที่แตกต่างไปจากวันในสัปดาห์ที่เราหมายไว้จากจุดสังเกตุครับ หรือค่าตรุวังกะที่คุณถามมานั่นเอง

อาจจะงงว่าแล้วมันเอามาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้างละในทางโหราศาสตร์ ขอตอบว่าใช้ได้เยอะแยะตาแป๊ะเลย ยกตัวอย่างง่ายๆ เราใช้ค่าตรุวังกะนี้มาใช้ในการการหาเวลาทินวรรษของดวงชะตา คงสงสัยกันละสิว่าไอ้เจ้าดวงทินวรรษนี่มันคืออะไร ใช้ยังไง

ดวงทินวรรษคือดวงชะตาที่ตำณวนขึ้น ณ. ขณะที่อาทิตย์จรปัจจุบันโคจรมามีค่าองศาเท่ากันกับค่าองศาของอาทิตย์กำเนิดในรอบปีนั่นเอง นำมาใช้ประโยชน์ในการพยากรณ์ดวงชะตาจรของปีนั่นเอง คราวหน้าผมจะยกตัวอย่างการหาเวลาทินวรรษให้ดูสักตัวอย่างหนึ่งครับ พร้อมกับนำตารางสำเร็จของตรุวังกะมาให้ใช้งานกันนะครับ

ก่อนจากขอทำความเข้าใจกันสักนิดครับว่าการอธิบายของผมนั้น ใช้ความเข้าใจจากการเรียนรู้ของผม อุปมาอุปมัยให้เกิดความเข้าใจ และรู้ที่มาที่ไปในเหตุผล และวิธีคิดนะครับ ไม่ได้ลอกหนังสือมาตอบนะครับ ดังนั้นสิ่งที่ผมไม่รู้ก็คงจนด้วยเกล้าที่จะตอบครับ อ่านแล้วงงตรงไหนให้ถามมา แต่ขอให้ตรงประเด็นนะครับ ที่สำคัญคือเมื่อกล่าวถึงหัวข้อหนึ่ง มันก็มักจะไปเกี่ยวพันกับเรื่องอื่นๆ คือมีประเด็นเพิ่มขึ้นมาด้วย จึงต้องนำมากล่าวถึงเพื่อขจัดความสงสัยไปด้วยในคราวเดียวกันโดยสังเขป จึงทำให้คำตอบที่น่าจะสั้นกลับกลายเป็นยาวยืดไป

ส่วนเกี่ยวเนื่อง

ตารางค่าคงตัวตรุวังกะ , ดวงทินวรรษ ,การหาเวลาทินวรรษ

welcome to my website – โหราศาสตร์

welcome to my website – โหราศาสตร์ภารตะ
เวบไซท์โหราศาสตร์ ภารตะ ไทย และโหราศาสตร์อื่นๆทุกแขนง บทความโหราศาสตร์ที่น่าสนใจ

จันทร์นั้นสำคัญไฉน?

ลัคน์กับจันทร์ในภารตะ อะไรสำคัญกว่ากันคะ, เวลาดูดวง เราให้ความสำคัญกับอะไรใน2อย่างนี้มากกว่ากันคะ

QUOTE (LegendaryBanditYokoKurama @ Jan 26 2011, 19:08 PM)
เท่าที่ทราบไม่ว่าศาสตร์ไหนก็ให้ความสำคัญกับลัคนามากกว่า

โดยพื้นฐานแห่งโหราศาสตร์มันก็เป็นอย่างนั้น แต่ในความเป็นจริงลัคนามันเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อม ซึ่งก็คือ แลต กับ ลอง ถ้าเราพยากรณ์ดวงกำเนิดให้ความสำคัญกับ ลัคนามากกว่า แต่ถ้าเป็นการพยากรณ์จรต้องพิจารณา โดยเฉพาะสตรีเน้นจันทร์เป็นพิเศษ เวลาทายจรถ้าคุณย้ายที่อยู่อาศัยไปที่อื่นๆนั้นตัวลัคนาจรมันจะเปลี่ยนตำแหน่งตามแลตครับ นี่คือเหตุผลที่นักโหราศาสตร์ที่เก่งๆใช้แก้ดวงชะตาตัวเองเมื่อลัคนากำเนิดถูกเบียน (จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ เช่น โดน ๗ เบียน เป็นต้น) ซึ่งวิธีแก้คือ “ย้าย” บ้านครับ นี่คือการแก้โดยการย้าย ลัคนา(จร) ครับ ดังนั้นจงอย่าสงสัยเลยว่า เมื่อเหตุการณ์สึนามิทำไมคนที่มีดวงชะตาหลายรูปแบบทั้งที่บอกว่าอายุสั้นและ อายุยีนจึงไปสหมรณะที่พังงา,กระบี่,ภูเก็ต และที่อื่นๆในโลก การย้ายลัคนาคือคำตอบ จะโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม

ผมเอา ความลับมาเปิดเผย.. ไม่รู้ว่า อีตาสิทธินาถจะค้อนเอาหรือเปล่า น่านะ ยังไงก็ลูกศิษย๋ จะทางตรงทางอ้อมมันก็ลูกศิษย์.. ถ้ามันเคารพเรา เนอะ ….. มันคันปากอ่ะ ….

รักนะ .. จุ๊บๆ

Ajia_Nu
ฝากลิงค์หน่อยนะ ผู้ไม่หวังดีมันเยอะเหลือเกินในโลกไซเบอร์ เวบผมเองครับ

ผมมันคนบ้ายอครับ ..
เอ้า ..ไหนๆก็ยอมาแล้ว แถมอีกหน่อยก็แล้วกัน ….

ฟัง นะ ….
เหมือนผู้ใหญ่บ้านในโทรทัศน์ เลย ..

ในการพิจารณาในวิธีแบบของผมนั้น ผมให้ความสำคัญกับจันทร์มากกว่าครับโดยเฉพาะท่านที่เป็นสุภาพสตรี หรือ บุรุษก็ตามที ยิ่งถ้าไม่รู้เวลาเกิดแน่นอนละก็โป๊ะเชะเลย
อย่า ลืมว่าโดยปกติเราไม่ค่อยเชื่อเวลาเกิดมากนัก เช่นเวลาเกิดคลาดเคลื่อนเล็กน้อยย จันทร์แม้จะเป็นปัจจัยที่เดินเร็วก็ยังไม่ขยับนะครับ จันทร์จะขยับไป ๑ องศาใช้่เวลา ร่วม ๒ ชม ดังนั้นหากเราให้ความสำคัญกับลัคนามากจะทำให้เราไขว้เขวในเรื่องเวลาเกิด ครับ หมายความว่าถ้าเวลาเกิดคลาดเคลื่อนสัก ๑๕ นาที ลัคนาจะคลาดเคลื่อนไป ๑ นวางค์ ทำให้นักพยากรณ์ต้องเลื่อนลัคนาเดินหน้าและถอยหลัง ฉึกๆฉักๆ กันอยู่บ่อยๆ หากท่านมีเวลาเกิดแบบคร่าวๆไม่แน่นอน แบบว่าโดยประมาณ จะพยากรณ์อย่างไร เดี๋ยวเลื่อนไปข้างหน้า เดี๋ยวเลื่อนถอยหลัง
มีกฎแห่งโหราศาสตร์ในแนวที่ผมศึกษามาที่สามารถยืนยันความจริงข้อนี้อยู่อย่างหนึ่งคือ

มนุษย์นี่แหละสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาตนเองได้ ภายใต้ขอบเขตหนึ่งที่สมคล้อยกับฟ้า แต่ไม่สามารถฝืนได้ มีอยู่สิ่งเดียวที่เอาชนะฟ้าได้คือ ” ใจ “ ก็ไอ้เจ้า ” ใจ “ ที่ผมกำลังพูดถึงอยู่นี้มันคือดาว “จันทร์” ในดวงชะตานั่นเอง ไอ้เจ้าใจนี่แหละมันสามารถทำให้มนุษย์เปลี่ยนหน้าเท้าเป็นหลังมือได้ ยกตัวอย่างเช่นคนหนึ่งมีใจโอบอ้อมอารี เมตตาเผื่อแผ่ ต้องตกอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีแต่ความอดอยาก เช่นมีสงครามกลางเมือง อย่างไรก็ตามคนๆนี้ยังมีความเมตตาเป็นทุนเดิมในจิตใจ ก็อาจจะแบ่งปันให้ผู้อื่นบ้างหากสิ่งแวดล้อมเอื้อ ยังจำได้ว่าเมื่อตอนที่ครอบครัวผมตกยาก .. มีสตรีสูงวัยชาวจีนคนหนึ่งท่านมีฐานะยากจน หาเช้ากินค่ำ ท่านได้ช่วยเหลือครอบครัวผมตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอาชีพการงาน หรือการเงิน ทั้งที่ท่านเองก็ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยประการใด มันเป็นเพราะอะไรหรือ? หากมิใช่เพราะท่านมีใจเมตตาโอบอ้อมอารีอยู่ในทุนเดิม ชะรอย .. อานิสงฆ์ในความดีเหล่านี้จึงทำให้ครอบครัวของท่านคือบุตรหลานจองท่านมีความ สุขความเจริญเป็นอย่างยิ่ง (ปัจจุบันนี้ท่านเสียชีวิตแล้ว แต่บุตรหลานของท่านเป็นคหบดีที่มีชื่อเสียงและฐานะร่ำรวยมากๆของจังหวัด) ถ้าในทางกลับกันหากคนนี้เมีจิตใจโสมมเห็นแก่ตัว แม้จะอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีก็ตามก็ยังมีความเห็นแก่ตัว เอารัดเอาเปรียบอยู่ยังค่ำแบบว่าเป็นสันดานนะครับ โกงได้กูโกง โกงไม่ได้กูก็จะโกง คุณว่าเขาจะมาช่วยเหลือผู้อื่นในสถานะการณ์เดียวกันหรือไม่ มันเป็นเรื่องของกมลจิตใจซึ่งเป็นอิทธิพลของ จันทร์
แล้วทีนี้คุณว่าอันไหนสำคัญกว่าละ …..

นี่เป็นวิธีคิดและความเห็นของผมคนเดียวเท่านั้นนะครับ … ใครจะเอาไปใช้ก็ไม่ว่ากัน ถ้าเห็นว่าไม่มีประโยชน์ก็เอา ” กองไว้ตรงนี้แหละ “

หวังว่าคงจะทำความเข้าใจได้นะครับ …

สวัสดี ..

Ajia_Nu

หมายเหตุ

บทความนี้มาจากการตอบข้อซักถามจากสมาชิก ชมรมโหราศาสตร์ ภารตะ iastroclub เห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับนักโหราศาสตร์น้องใหม่ที่น่าจะนำไปใช้ ประโยชน์ได้ ได้ทำการตัดทอนข้อความบางส่วนเพื่อความเหมาะสม

www.iastroclub.com

www.horaparata.com
www.โหราศาสตร์ไทย.com
www.ยูเรเนียน.com
เสื้อผ้า-มือสอง.com ศูนย์รวมเสื้อผ้ามือสองแฟชันเกาหลี ญี่ปุ่น ที่ใหญ่ที่สุด

การนับทิศแบบโบราณของไทย(ทิศ32) มรดกภูมิปัญาไทย

การนับทิศแบบโบราณของไทย(ทิศ32) มรดกภูมิปัญาไทย
๑. ทิศอุดร
๒. ทิศอุดรภาคบูรพา
๓. ทิศอุตรีสาน
๔. ทิศอีสานภาคอุดร
๕. ทิศอีสาน
๖. ทิศอีสานภาคบูรพา
๗. ทิศบุริมีสาน
๘. ทิศบูรพาภาคอุดร
๙. ทิศบูรพา
๑๐. ทิศบูรพาภาคทักษิณ
๑๑. ทิศบูริมาคเนย์
๑๒. ทิศอาคเนย์ภาคบูรพา
๑๓. ทิศอาคเนย์
๑๔. ทิศอาคเนย์ภาคทักษิณ
๑๕. ทิศทักษิณาคเนย์
๑๖. ทิศทักษิณภาคบูรพา
๑๗. ทิศทักษิณ
๑๘. ทิศทักษิณภาคประจิม
๑๙. ทิศทักษิณเนรดี
๒๐. ทิศหรดีภาคทักษิณ
๒๑. ทิศหรดี
๒๒. ทิศหรดีภาคประจิม
๒๓. ทิศปัจฉิมเนรดี
๒๔. ทิศประจิมภาคทักษิณ
๒๕. ทิศประจิม
๒๖. ทิศประจิมภาคอุดร
๒๗. ทิศปัจฉิมพายัพ
๒๘. ทิศพายัพภาคประจิม
๒๙. ทิศพายัพ
๓๐. ทิศพายัพภาคอุดร
๓๑. ทิศอุดรพายัพ
๓๒. ทิศอุดรภาคประจิม

หมายเหตุ : พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ เก็บคำ
ไว้เฉพาะทิศ ๘ เท่านั้น

โหราศาสตร์มาตราฐาน – ๑ จักรราศี

โหราศาสตร์มาตราฐาน – ๑ จักรราศี
จักรราศี

จักรราศีคือรูปจำลองสมมติของอาณาเขตบริเวณท้องฟ้าที่นักโหราศาสตร์กำหนด ขึ้นมาเพื่อใช้อ้างอิงและบอกตำแหน่งดวงดาวต่างๆที่โคจรบนท้องฟ้า (ตามแนวเส้น รวิมรรค) สำหรับบันทึกตำแหน่งของดวงดาวที่มีอยู่จริงบนท้องฟ้า และจุดสมมติต่างๆที่เกิดกรรมวิธีต่างๆทางโหราศาสตร์ ลงเป็นรูปแผนภูมิอันหนึ่งที่เราเรียกว่า ดวงชะตา เพื่อใช้ประโยชน์ในการพยากรณ์เรื่องราวต่างๆ เปรียบเสมือนเป็นแผนที่ใช้บอกตำแหน่งของดวงดาวนั่นเอง จักรราศีมีรูปทรงสันฐาณเป็นวงกลมโดยมีจุดเริ่มต้นที่จุดศูนย์องศาของราศีเมษ จุดเริ่มต้นนี้เรียกว่าจุดเมษ หรือ จุดสงกรานต์ ในทรรศนะของโหราศาสตร์ไทยนั่นเอง (จุดนี้ในทางดาราศาสต์ร์เรียกว่าจุดวิษุวัต)ในทางโหราศาสตร์เรียกจักรราศี ที่มีจุดตั้งต้นที่จุดนี้ว่า จักรราศีแบบนิรายนะ ยังมีจักรราศีอีกแบบหนึ่งคือจักรราศีแบบสายนะ จักรราศีแบบนี้ใช้จุดตั้งต้นของจักรราศีแตกต่างจากจักรราศีแบบนิรายนะโดยยึด ถือหลักความเป็นจริงทางดาราศาสตร์ เนื่องจากในปัจจุบันนี้ความรู้ในด้านวิชาการด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับวิชา ดาราศาสตร์ทำให้เราพบว่าจุดวิษุวัตหรือจุดเริ่มต้นของจักรราศีมิได้อยู่กับ ที่ จุดนี้เคลื่อนที่ออกจากจุดเมษในทิศทางตรงกันข้ามกับจักรราศีและยังพบอีกว่า จุดนี้จะเคลื่อนที่ไปทุกปีด้วยอัตราความเร็วคิดเป็นระยะเชิงมุมด้วยอัตรา ความเร็วเฉลี่ย ปีละประมาณ ๕๕ ฟิลิปดา ในปัจจุบันนี้จุดนี้อยู่ห่างจากจุดเมษ (๐ องศาราศีเมษ)อยู่ประมาณ ๒๓ องศา เศษๆ (อยู่ในราศีมีนประมาณ ๖ องศาเศษๆ ) ค่าที่แตกต่างกันอยู่นี้เรียกว่า อายนางศ (Ayanamsa) ซึ่งค่าอายนางศนี้จะมีบอกไว้ในปฏิทินโหราศาสตร์บางเล่ม โหราศาสตร์ไทย และ อินเดียใช้จักรราศีแบบนิรายนะ ส่วนโหราศาสตร์ต่างประเทศทางยุโรปนิยมใช้จักรราศีแบบสายนะในการพยากรณ์ดวง ชะตาบุคคล และใช้จักรราศีแบบนิรายนะในการพยากรณ์เหตุการณ์สำคัญๆในกรณีที่เกี่ยวกับ ความเป็นไปของโลก ในที่นี้จะกล่าวถึงจักรราศีในแบบนิรายนะเป็นหลัก

วิชาโหราศาสตร์ช้สัญญลักษณ์วงกลมแทนความหมายของจักรราศีและภายในวงกลมของ จักรราศียังแบ่งรายละเอียดออกเป็นส่วนย่อยๆลงอีกซึ่งเราจะได้ศึกษาราย ละเอียดกันต่อไป

โหราภารตะ.com

Add New Post ‹ โหราภารตะ.com — WordPress.

สนทนาออนไลน์ โหราศาสตร์ ไทย ภารตะ และศาสตร์ที่เกี่ยวข้องทุกศาสตร์ สอบถามปัญหาโหราศาสตร์